งานเขียนของ "ศรีบูรพา" มักจะเเเฝงไปด้วยข้อคิดเสมอ ถึงเเม้ว่า "ศรีบูรพา" จะเสียชีวิตไปเเล้วเเต่หาก
งานเขียนของท่านก็ยังเป็นที่รู้จักตราบจนถึงปัจจุบันเมื่ออ่านทีไรก็มีเรื่องราวให้ได้ฉุกคิดเสมอว่า...งานเขียนของศรีบูรพานั้นมีมานานเเล้วเเต่ทำไมถึงยังได้สะท้อนสภาพของสังคมให้เห็นในปัจจุบัน...
 
 
ประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินโดยคน ๑๐ คนหรือ ๑๐๐ คน

ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของคนไทยทั้งหมด...จะไปรอดหรือไม่

รอด มันไม่ได้อยู่ที่นายทหาร ๒ คน หรืออยู่ที่รัฐมนตรีกลาโหม

หรืออยู่ที่รัฐบาลซึ่งปกครองประเทศในขณะนี้

จะรอดหรือไม่รอดมันอยู่ที่พวกเราทั้งหมด....

(แลไปข้างหน้า ภาคมัชฌิมวัย)

 
 
 
สิ่งที่เรียกว่าความรักนั้น ควรจะตั้งต้นจากจุดของความเสียสละ

ให้มิใช่จากจุดการเรียกร้องเอา ถ้าเรามีความรักต่อคนหนึ่งมัน

ไม่ควรจะเป็นว่า เราคิดคำนึงว่าเราจะได้อะไรจากคนรักของเรา

เเต่มันควรจะเป็นว่าเราคิดคำนึงว่า
 
เราจะให้อะไรเเก่เธอเพราะเหตุเเห่งความรัก
 
(จนกว่าเราจะพบกัน)

 
 
"ต่อหน้าความตาย"
 
....เมื่อตายไปแล้ว คนข้างหลังย่อมมีเสรีภาพเต็มที่ที่จะพูดเเละ

เขียนความจริงลงไว้ เเละผู้ที่ตายไปเเล้วจะกลับคืนมีชีวิต
 
มาฉีกประวัติศาสตร์เสียก็ไม่ได้

ถ้าฉันมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ด้วยความดีมิได้เเล้วก็จะไม่ขออยู่ด้วย

ความชั่ว หากมีอะไรมาบังคับ ให้ฉันต้องอยู่ด้วยความชั่ว
 
ฉันจะเลือกข้างความไม่มีชีวิตเมื่อนั้น
 
(ลูกผู้ชาย)

 
 
คุกเอย , จงเงี่ยโสตสดับคำของข้าไว้
วันหนึ่งทั่วท้องคัคนานต์เเห่งสันติ
จะคลาคล่ำไปด้วยฝูงพิราบที่ร่าเริง
วันนั้น ประชาชนจะเป็นเจ้าของคุก
(อาชญากรผู้ปล่อยนกพิราบ)

 
 
"ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน
เเต่ฉันก็อิ่มใจที่ฉันมีคนที่ฉันรัก"
(ข้างหลังภาพ)

 
 
"ในชีวิตของผม ผมจะอยู่ข้างสามัญชนตลอดไป เพราะว่า...

มนุษย์ในโลกนี้เเทบทั้งหมด
 
ก็เปนคนธรรมดาสามัญอย่างผมทั้งนั้น"
 
(แลไปข้างหน้า ภาคมัชฌิมวัย)
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อคุณได้อ่านข้อความเหล่านี้เเล้วรู้สึกอย่างไรก็บอกกันด้วยนะคะ : )
 
Musicbox for you